เรื่องภาษาไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณ บริการรับแปลเอกสาร, แปลเอกสารด่วน, แปลบทความ,แปลเอกสาร, แปลจากไทยเป็นอังกฤษ, แปลจากอังกฤษเป็นไทย ราคากันเอง

หลักการเขียนบทคัดย่อ

หลักการเขียนบทคัดย่อ
บทคัดย่อ (Abstract) หมายถึง ส่วนที่แสดงเนื้อหาสำคัญของเอกสารโดยย่อ โดยทั่วไปมักจะเขียนอยู่ต่อจากชื่อเรื่อง บทคัดย่อมักจะมีลักษณะดังนี้คือ
  1. บทคัดย่อมาก่อนคำนำ และแยกให้ออกระหว่างคำนำกับบทคัดย่อ
  2. ย่อทุกๆส่วนของสัมมนา (คำ นำย่อ เนื้อเรื่องย่อ สรุปย่อ) โดยเขียนสิ่งที่ผู้อ่านควรได้ทราบจากงาน ของเราโดยควรเรียงลำดับเช่นเดียวกับในเนื้อหาสัมมนา
  3. เมื่อผู้อ่านๆบทคัดย่อจบแล้ว ต้องมองภาพรวมของสัมมนาออก ส่วนรายละเอียดนั้น ผู้อ่านสามารถติดตามอ่านได้ในบทความสัมมนา
  4. บทคัดย่อไม่ควรยาวจนเกินไป (ไม่ควรเกิน 1/2 หน้ากระดาษ A4) เพราะอาจทำให้      เวลาในการอ่านส่วนอื่นๆลดลง ในบทคัดย่อไม่มีตาราง  รูปภาพ  หรือการอ้างอิงใดๆ
  5. ไม่มีส่วนของข้อมูลหรือแนวคิดอื่น ที่อยู่นอกเหนือจากในเนื้อหาบทความสัมมนา 
ประเภทของบทคัดย่อ: บทคัดย่อมี 2 ประเภท คือ
  1. บทคัดย่อประเภทให้ข้อมูลความรู้ (Informative Abstract) เขียนเพื่อรายงานผลการศึกษา หรือบทสรุปที่ผู้ใช้ต้องการอย่างเพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงความจำเป็นในการอ่านเอกสารต้นฉบับ
  2. บทคัดย่อประเภทพรรณนา (Indicative of Descriptive Abstract) เขียน เพื่อชี้แนะข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดในเอกสาร โดยปราศจากรายงานถึงผลการศึกษา ค้นคว้า หรือสรุป เพื่อให้ผู้อ่านใช้ประกอบการตัดสินใจ ว่าจะต้องอ่านหรือศึกษาเอกสารต้นฉบับหรือไม่ โดยทั่วไปนิยมใช้เขียนเพื่อสรุปเอกสารที่นำเสนอ หรือทัศนคติที่กว้างขวาง เช่น เอกสารด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือบทวิจารณ์ เป็นต้น
การเขียนบทคัดย่อมีหลักสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1.  มีความสั้น กระทัดรัดและกระชับ (Concision)

        คือ เลือกเฉพาะสาระที่เป็นประเด็นใจความสำคัญของเอกสาร โดยใช้สำนวนที่กระทัดรัด มีความกระชับ หลีกเลี่ยงการใช้คำหรือประโยคที่มีความยาว หรือมีความซ้ำซ้อนความยาวของบทคัดย่อไม่มีกำหนดไว้ตายตัว ขึ้นอยู่กับชนิดของเอกสารและเนื้อหาสาระของเอกสารนั้น ๆ ว่า มีความสำคัญมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปบทคัดย่อจะมีเพียง 1 ย่อหน้า แต่สำหรับเอกสารงานวิจัยมีได้มากกว่า

2. มีความถูกต้อง (Precision)

        คือ สามารถถ่ายทอดประเด็นสำคัญของเอกสารได้อย่างถูกต้อง ตามความหมายเดิมของเอกสารต้นฉบับ ไม่ควรมีการตีความหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ อันทำให้ผู้อ่านเข้าใจสาระของเอกสารต้นฉบับผิดไป

3. มีความชัดเจน (Clarity)

        การ เรียบเรียงถ้อยคำเพื่อเสนอในบทคัดย่อจะต้องสื่อความหมายให้เข้าใจชัดเจน โดยใช้รูปประโยคที่สมบูรณ์ไม่ใช่เขียนกระท่อนกระแท่นเป็นคำ ๆ

การเขียนบทคัดย่องานวิจัย

        การเขียนบทคัดย่อของงานวิจัยเป็นการเขียนบทคัดย่อประเภทให้ ความรู้ (Informative Abstract) ซึ่งควรเขียนต่อเนื่องกันไป และมีเนื้อหาที่ประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้ คือ

1. จุดประสงค์ (Purpose or Objective)

เป็น การอธิบายให้ทราบถึงจุดมุ่งหมายในการศึกษานั้นว่ามุ่งในเรื่องใดบ้าง และหากจำเป็นต้องกล่าวถึงปัญหาสำคัญหรือการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการ ศึกษาวิจัยอย่างใกล้ชิด ก็อาจกล่าวไว้โดยย่อ

2. วิธีการ (Methodology)

เป็นการอธิบายขั้นตอน เทคนิค อุปกรณ์ เครื่องมือ สารเคมีที่สำคัญในการศึกษาวิจัยนั้นโดยย่อ

3. ผลและบทสรุป (Result and Conclusions)

เป็น การกล่าวถึงผลการค้นคว้าทดลอง โดยการเขียนอย่างกระทัดรัด และให้ความรู้ ความเข้าใจมากที่สุด หากมีข้อกำหนดใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อความเที่ยงตรงของผลการวิจัย จะต้องชี้แจงไว้ด้วยส่วนบทสรุป โดยอธิบายความสำคัญของผลการค้นคว้าที่ดี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้เบื้องต้น นอกจากนี้อาจมีข้อเสนอแนะ การประเมินผล และแนวทางการใช้ประโยชน์ที่สำคัญด้วย

ที่มา http://www.oknation.net/blog/ma-sd52/2009/08/11/entry-2
ที่มา http://learners.in.th/blog/paew5/102814

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/ส่งงานเพื่อให้ประเมินค่าใช้จ่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุด) :

โทรศัพท์ :: 086-579-4821 (คุณวิน) อีเมลล์ :: plaesabuy@gmail.com
Valid XHTML 1.0 Transitional sitemap Copryight © 2009 Plaesabuy.com SEO by Mysignz.com
TAG :: แปลภาษา,แปลบทความ,แปลเอกสาร, รับแปลเอกสาร,รับแปลบทความ,รับแปลภาษา,แปลจากไทยเป็นอังกฤษ, แปลจากอังกฤษเป็นไทย,แปลเว็บไซต์,แปลบทคัดย่อ,แปลจดหมาย,Rewrite Article,Rewrite บทความ,แปลวิทยานิพนธ์